ด้วยแนวคิดที่ต้องการทำเรื่องที่ยาก ให้เป็นเรื่องที่ง่ายๆ จึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นมา

With my idea want to make hard subjects to easy way than it was born these.

Easy way to make your properly hydroponics and strawberry grows. วิธีง่ายๆในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ และสตรอเบอรี่

 

จากประสบการณ์ และความรู้

จึงเป็นคุณภาพที่ไว้ใจได้

From experience and knowledge

to quality is reliable

 

 
 

 

ไฮโดรโปนิกส / Hydroponics --- สตรอเบอรี่ / Strawberry --- ปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ / Fertilizer --- แปลงปลูก / Kit set --- เพาะเมล็ดข้าวสาลี / Wheatgrass

 

Contract.......084-7394128 / parnu@1-2-hydro.com.........Facebook.........สารเคมีทำปุ๋ยและสินค้า / พูดคุย ปัญหาทั่วไป..........ทางชีวิตของผม

 

 

 

 

คำถามที่พบบ่อยมากๆ


ผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ มีสาร ( ปุ๋ย ) ตกค้าง อาจจะไม่ปลอดภัยในการบริโภค ?

ความจริง............


พืช-ผัก ทุกชนิด ล้วนต้องการปุ๋ยและแร่ธาตุต่างๆ เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตทั้งสิ้น ซึ่งประกอบ ด้วย ธาตุ
อาหารหลัก คือ ไนโตรเจน - ฟอสฟอรัส - โปตัสเซียม ธาตุอาหารรอง คือ เหล็ก - แคลเซียม - แม็คนีเซียม - กำมะถัน
และจุลธาตุ คือ สังกะสี - ทองแดง - แมงกานีส - โมลิบดินั่ม - โบรอน - นิเกิล และ ธาตุ อย่างอื่นอีก สำหรับพืชบางชนิด
ฉะนั้น ไม่ว่าจะปลูกพืชในดิน หรือในน้ำก็ตาม พืชต้องได้รับ สารเหล่านี้ อย่างครบถ้วน ถ้าได้รับไม่ครบ พืชก็จะไม่
สมบูรณ์ ถ้าปลูกในดิน เกษตรกรก็จะว่า ดินไม่ดี ดินขาดปุ๋ย อาจจะเอา มูลสัตว์ต่างๆมาใส่ลงไปในดินเพื่อให้ดินนั้น
สมบูรณ์ มีปุ๋ยขึ้น นั้นแสดงว่า ในมูลสัตว์ ต่างๆ หรือ ซากพืช-ซากสัตว์ ล้วนมี สาร ที่เป็นปุ๋ย ทั้งนั้น ถ้าไม่มีสารที่เป็น
ปุ๋ยอยู่แล้ว เวลาเอามาใส่ในดินแล้ว มันจะได้ประโยชน์อะไร

ความจริง...........


ปุ๋ยทุกชนิดมีที่มาจาก 2 แหล่ง คือ


1. จากสิ่งมีชีวิต เช่น ซากพืชต่างๆ หรือ จากสัตว์ คือมูลสัตว์ หรือ ซากสัตว์ต่างๆ
2. จากสิ่งไม่มีชีวิต เช่น จาก หิน แร่ ต่างๆ จาก สิ่งที่เหลือจากการกลั่นน้ำมัน จากการสังเคราะห์ขึ้นมา
แต่ ไม่ว่าจะได้จาก แหล่งไหน ก็ล้วนมีสารประกอบเหมือนกันทั้งสิ้น เช่น เหล็ก ที่ได้มาจากสัตว์ ก็เขียนว่า Fe เหล็ก
ที่ได้มาจากสิ่งไม่มีชีวิต ก็เขียนว่า Fe เหมือนกัน สังกะสี ก็เขียนว่า Zn ทองแดงก็เขียนว่า Cu แอมโมเนีย ก็เขียนว่า NH4
ไนเตรท ก็เขียนว่า NO3 การที่เขียน ( สูตร ) เหมือนกัน ก็แสดงว่า มันเป็นสารตัวเดียวกัน ไม่ว่าจะมาจากแหล่งไหนก็ตาม
ดังนั้น ปุ๋ย ที่มาจาก สิ่งมีชีวิต หรือมาจากสิ่งไม่มีชีวิต ก็ล้วนมีคุณสมบัติ ทางเคมีที่เหมือนกันทั้งสิ้น ไม่ใช่
ว่าถ้ากิน ไนเตรทที่มาจากมูลสัตว์แล้วปลอดภัยไม่มีอันตราย ถ้ากินไนเตรทที่มาจากการสังเคราะห์แล้วจะเป็นอันตราย
เพราะทั้ง 2 อย่างก็คือ ไนเตรท เหมือนกัน ที่มีสูตรทางเคมีคือ NO3 เหมือนกัน มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ

ความจริง.......


ยารักษาโรคและวิตามินต่างๆ ที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนมาก ก็ล้วนมาจากการสังเคราะห์ แทบทั้งสิ้น
ยาที่ไม่ใช่ยาสังเคราะห์ก็คงจะมีแต่ยาหม้อต้มของไทย และยาที่หมอผีเผ่าวูดูใช้เท่านั้นที่พอจะหาได้อยู่บ้าง

สาธุชน อาจจะถามต่อว่า ...ก็ผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ ใส่ปุ๋ยมากเกินไปผักถึงงามน่ากินกว่ากัน


ความจริง.......


สูตรปุ๋ยต่างๆในระบบไฮโดรโปนิกส์นั้น สำหรับผู้ผลิตปุ๋ย ที่สามารถคำนวนสูตรปุ๋ยหาส่วนประกอบปุ๋ย
ด้วยตัวเองได้แล้ว เขาจะไม่ใส่ปุ๋ยมากเกินกว่าข้อมูลที่ระบุตามความต้องการของพืช นอกจาก ผู้ผลิตปุ๋ย ที่คำนวน
สูตรปุ๋ยของตัวเองไม่ได้ เอาสูตรของเขามาทำ ดัดแปลง จะไม่รู้ขนาดปริมาณของสารอาหารที่พืชต้องการ


ตัวอย่างเช่น


สมมุติว่า ข้อมูลทางวิชาการ ( ทั้งในและต่างประเทศ ) ระบุว่า ผักสลัด ต้องการ

1. ไนเตรท ( NO3 ) 250 PPM หรือ 17.25 mmole/L

2. แอมโมเนีย ( NH4 ) 50 PPM หรือ 5 mmole/L

3. ฟอสฟอรัส ( H2PO4 ) 200 PPM หรือ 15 mmole/L

4. โปตัสเซียม ( K+ ) 250 PPM หรือ 17.25 mmole/L

และอื่นๆ อีก ( ตัวเลขที่ใส่เป็นตัวเลข สมมุติ ยกตัวอย่างขึ้นมา )


ผู้ผลิตปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ ( ที่คำนวนปุ๋ยเองได้ ) ก็จะคำนวน ตัวเลข เหล่านั้นออกมาว่า จะต้องใช้ แม่ปุ๋ยบริสุทธิที่มีขาย
ในประเทศ แต่ละ อย่างเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ ปริมาณตามที่พืชต้องการ เขาจะไม่ใส่เกินไปกว่านี้ เพราะจะทำให้ต้นทุนสูง
ขึ้น ทำให้ปุ๋ยของเขามีราคาแพง และไม่ได้ประโยชน์ พืชอาจจะทนความเข้มข้นไม่ได้จนตายไป หรือระบบรากเสียหาย
ได้ สำหรับผู้ที่ใช้สูตรปุ๋ยสำเร็จรูปหรือลอกเลียนแบบผู้อื่นเขาจะไม่ทราบข้อมูลเหล่านี้ อาจจะใส่ปุ๋ยมากหรือน้อยก็ได้
ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ที่ปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ ที่ผลิตโดยผู้ที่คำนวนส่วนผสมเองได้ จะใส่สารเคมีปุ๋ยมากเกินไป
ส่วนการปลูกในดินโดยทั่วไป ถ้าเกษตรการเห็นว่าพืชไม่งามเต็มที่ เขาก็จะเอา ปุ๋ย หรือ มูลสัตว์ต่างๆใส่ลง
ไป โดยไม่สามารถรู้ได้เลยว่า มากเกินไป หรือน้อยเกินไป เพราะทุกอย่างอยู่ที่การคาดเดาเอาเอง ถ้าเห็นว่าใส่ขนาดนี้ยัง
ไม่งามดี ก็จะใส่เพิ่มลงไปอีก นอกจากเกษตรกรยากจนไม่มีเงินซื้อปุ๋ย ขี้เกียจหามูลสัตว์มาใส่ ก็จะปลูกตามมีตามเกิด
และการที่เขาพูดว่า การปลูกในน้ำก็เหมือนกับการเอาเท้า( รากพืช ) แช่ในสารเคมีตลอด ก็แล้วในดินที่รากพืชอยู่ มัน
เป็นดินบริสุทธิไม่มีสารเคมีเลยหรืออย่างไร ทั้ง ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ย ตกค้างสะสม ใช้น้ำไม่สะอาดรด เป็นต้น
การปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ จะไม่มีการพ่นยา หรือปุ๋ย เลยโดยเด็ดขาด และต้องใช้น้ำสะอาดเท่านั้นจึงจะปลูกได้
ถ้าต้องการให้มั่นใจ เวลาซื้อผักไฮโดรโปนิกส์มาทาน ก็เอารากพืชแช่น้ำ ไว้ ประมาณ 3 วัน เพื่อให้พืชใช้ปุ๋ยที่ตกค้าง
อยู่จนหมดเสียก่อนก็จะดียิ่งขึ้น ( พืชที่ปลูกในดินก็เหมือนกัน เพราะอาจจะตกค้างมากกว่าด้วยซ้ำ )


ทั้งนี้ข้อเขียนนี้ไม่ได้พูดว่าการปลูกผักในดินไม่ดี เพียงแต่ต้องการชี้แจงให้ทราบเท่านั้น

 

อนึ่ง สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะเอาข้อความเหล่านี้ บางส่วน หรือ ทั้งดุ้น ไปเผยแพร่เพื่อผลประโยชนในการ
ขายปุ๋ยของตนเอง เพื่อเห็นแก่ พระเจ้า และเป็นการแสดงว่ายังมีมารยาทอยู่ กรุณาอ้างถึง ชื่อข้าพเจ้าด้วย........อาเมน

 

นายภาณุ ปิ่นทอง / 084-7394128 / www.1-2-hydro.com / parnu@1-2-hydro.com ผู้เขียน